การดูแลรักษาบ้านและเครื่องใช้ในบ้าน

(1)เครื่องเรือนหมายถึงอะไรบ้าง ให้ยกตัวอย่างมา 10 ตัวอย่าง

 

 

 

 

 

เครื่องเรือน หมายถึง เป็นคำนามนับไม่ได้ มีความหมายถึงวัตถุ สิ่งของที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ที่อาจรอบรับการใช้งานของร่างกายมนุษย์ เป็นเครื่องใช้ที่มีอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนเพื่อใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย สนองประโยชน์ให้แก่ผู้อยู่อาศัยและยังเป็นสิ่งประดับตกแต่งบ้านเรือนเพื่อความสวยงามน่าอยู่ น่าอาศัย เครื่องเรือนสามารถทำได้จากวัสดุหลากหลายประเภท อย่างเช่น เหล็ก, พลาสติก และไม้โดยตัวอย่างของเครื่องเรือนได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ ราวพาดผ้า เตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง สตูล โซฟา โคมไฟ ฯลฯ

(2)วัสดุที่ใช้ทำเครื่องเรือนมีอะไรบ้างและวัสดุแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

1. ไม้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้มะคา มีราคาแพง แข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนักมาก ลายไม้สวย

 2. โลหะ ที่นำมาใช้ในการทำเครื่องเรือนไม่ว่าจะเป็นเหล็ก โครเมียม อลูมิเนียม ทองเหลือง หรืออื่น ๆ ก็ตาม เนื้อผิวจะเกลี้ยง เป็นมน สะอาด ไม่มีรอยขีดข่วน รอย บุบ รอยสนิม มีความแข็งแรงทนทาน

3. พลาสติก เครื่องเรือนที่ทำจากพลาสติกจะรับน้ำหนักได้น้อย หักง่ายเมื่อได้รับความร้อน มาก ๆ มีอายุการใช้งานสั้น ความแข็งแรงทนทานมีน้อย

 

(3)ตู้และชั้นในครัวจะดูแลรักษาอย่างไร

ตู้ และชั้นในครัว ควรบรรจุของให้ได้ขนาด ไม่ควรบรรจุของเยอะจนเกินไป และควรหมั่นทำความสะอาด โดยขั้นที่1 ให้นำภาชนะต่างๆออกมาจากตู้ให้หมด แล้วจึงนำผ้าสะอาดชุบน้ำ บิดหมาด มาเช็ดให้ทั่วและเช็ดตามซอกต่างๆด้วย ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งหรือนำผ้าแห้งมาเช็ด แล้วจึงปูผ้ารองไว้เพื่อให้การทำความสะอาดครั้งต่อไปง่ายและสะดวกขึ้น

(4)จงอธิบายวิธีทำความสะอาดพื้นบ้านที่ปูด้วยไม้ ซีเมนต์ กระเบื้อง

- การทำความสะอาดพื้นไม้

การทำความสะอาดพื้นไม้ควรเริ่มจากการใช้ไม้ถูพื้นปัดฝุ่น จากนั้นจึงเช็ดด้วยพรมถูพื้นชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดแบบเจือจางแล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็ว เราสามารถดูแลผิวไม้โดยการเคลือบน้ำยาเคลือบผิวไม้ชนิดถาวร ซึ่งช่วยป้องกันผิวไม้จากหยดน้ำและคราบสกปรกต่างๆ อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย ถ้าพบว่าผิวมีการหลุดลอก การลงขี้ผึ้งเคลือบผิวก็สามารถทำให้พื้นไม้กลับมาแวววาวได้อีกครั้ง

- การทำความสะอาดพื้นซีเมนต์

ใช้น้ำผงซักฟอกราดแล้วขัดด้วยแปรงไม้หรือแปรงเสี้ยนตาล แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด กวาดด้วยไม้กวาดทางมะพร้าวอีกครั้งหนึ่ง

- การทำความสะอาดกระเบื้อง

การทำความสะอาดกระเบื้องควรดูแลระหว่างรอยต่อเป็นพิเศษ ส่วนการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนอ่อนชุบน้ำสบู่ หรือผงซักฟอกขัด ถ้ามีเชื้อราควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้วล้างออกด้วยน้ำ

(5)จงอธิบายวิธีการดูแลรักษาและทำความสะอาดหน้าต่างและส่วนประกอบของหน้าต่าง

หน้าต่างที่ทำด้วยเหล็ก : ถ้ามีรอยเปื้อนให้นำต้นหัวหอมผสมกับน้ำส้มแล้วทาให้ทั่ว เหล็กจะกลับมาเงางามเหมือนเดิม

เหล็กดัดหน้าต่าง :  ให้นำไม้ปัดฝุ่นแล้วเช็ดด้วยผ้าบิดหมาดตามร่อง ส่วนที่โค้งงอให้ใช้แปรงสีฟันทำความสะอาด

หน้าต่างมุ้งลวด : ใช้ไม้กวาดดอกหญ้ากวาดฝุ่นบนมุ้งลวด ก่อนล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอกโดยใช้แปรงขนอ่อนขัดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

หน้าต่างกระจก : ใช้น้ำยาเช็ดกระจกทำความสะอาด หรือเพื่อเป็นการประหยัดให้ใช้หนังสือพิมพ์ทำความสะอาดแทนได้

(6)ถ้ามีสัตว์และแมลงในบ้านจะกำจัดได้อย่างไร จงอธิบาย

1. วิธีขจัด มด แมลง มาขึ้นถังขยะทำได้ง่ายๆ โดยหยด แอมโมเนีย ลงข้างๆถังขยะสักเล็กน้อย กลิ่นแอมโมเนีย จะทำให้ มด แมลง ไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก

2. วิธีการไล่หนู แบบง่ายๆและประหยัดเงินคือ นำไม้ยี่โถไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย

3. วิธีการกำจัดปลวก ที่ขึ้นบ้านแบบประหยัดคือ นำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว มาราดให้รอบบริเวณบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถไล่ปลวกไม่ให้มารบกวนบ้านอีกต่อไป

(7)จงอธิบายวิธีการดูแลรักษาและทำความสะอาดภาชนะที่ใช้ใส่อาหาร

1. การล้างจานหรืออ่างที่เป็นสแตนเลนส ให้ใช้แอลกอฮอล์หรือยาสีฟันทาแล้วจึงขัดออก ทำความสะอาดด้วยน้ำอีกครั้ง เช็ดด้วยผ้านุ่มๆ ให้แห้งทุกอย่างก็จะเงางามสดใสเหมือนใหม่

2. การล้างขวดแก้ว ขวดแก้วที่หมองขุ่น ให้ใส่ทรายลงไปเล็กน้อยเติมน้ำอย่าให้เต็ม เขย่าแรงๆ แล้วจึงเทออก ล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วจึงล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า ขวดจะใส

3. การล้างภาชนะที่เปื้อนแป้ง ไข่ หรือนม จาน ชาม ให้ล้างด้วยน้ำเย็นธรรมดาจะล้างออกง่ายกว่าน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะทำให้แป้ง ไข่ หรือนมติดแน่นยิ่งขึ้น เนื่องจากความร้อนทำให้แป้ง ไข่ หรือนมที่ติดอยู่กับภาชนะสุกทางที่ดีควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกก่อนแล้วล้าง ด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจาน จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาด

4. การล้างถาดเงิน เมื่อใช้แล้วต้องล้างให้สะอาดทันทีแล้วเช็ดให้แห้งก่อนนำไปเก็บ การเก็บรักษาเพื่อไม่ให้ถาดเงินเป็นรอยด่างดำ ให้วางสารส้มไว้ในถาดสัก 1 ก้อน จะทำให้ถาดนั้นสะอาด อยู่เสมอ

5. ภาชนะเครื่องเงิน ให้ใช้น้ำมะขามเปียกผสมขี้ผึ้งขัด ล้างออกด้วยน้ำสบู่ผสมน้ำอุ่น แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง

6.ภาชนะเครื่องทองเหลือง ให้ใช้น้ำมะขามเปียกผสมขี้ผึ้งขัด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง

7.ภาชนะเครื่องเคลือบ ให้ล้างด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างภาชนะ และฟองน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

8.ภาชนะอะลูมิเนียม เมื่อใช้แล้วให้รีบล้างทันที และขัดด้วยใยขัดกับน้ำยาล้างภาชนะ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง

 CR: l3nr

(8)จงอธิบายวิธีการดูแลรักษาและทำความสะอาดเตาแก๊สหรือเตาถ่านที่บ้านของนักเรียน

การทำความสะอาดเตาแก๊ส ให้ใช้ผ้าแห้งทำความสะอาดหรือใช้น้ำสบู่เจือจางเช็ดทำความสะอาด ในส่วนของหัวจุดแก๊สหรือสปาร์ค และช่องส่งแก๊สให้สะอาดและแห้งเสมอ การทำความสะอาดเตาแก๊สจะต้องถอดหัวเตาออก และทำความสะอาดด้วยน้ำเดือดหรือน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจาน แล้วทำความสะอาดบริเวณช่องส่งแก๊สอย่าให้มีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่เพราะจะทำ ให้หัวแก๊สอุดตัน แต่ในส่วนของหัวอัลลอยด์ไม่จำเป็นต้องถอดออกมาล้างทุกครั้ง วิธีการขึ้นอยู่กับความสกปรกของตัวหัว ถ้าไม่มีเศษอาหารตกค้างลงไปก็ไม่จำเป็นต้องล้าง

(9)บ้านของนักเรียนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรในการประกอบอาหารบ้าง บอกมา 3 อย่าง พร้อมทั้งอธิบายวิธีการใช้และการดูแลรักษา

กาต้มน้ำไฟฟ้า

วิธีการใช้กาต้มน้ำไฟฟ้า

1. เติมน้ำเท่าที่จำเป็น

2. ปิดฝาเพื่อช่วยให้ร้อนเร็วขึ้น

3. ถ้าน้ำเดือดแล้วให้รีบถอดปลั๊กออก เพราะหากค้างไว้ อาจทำให้ไม่ปลอดภัยได้

วิธีการดูแลกาน้ำไฟฟ้า

1. หมั่นล้างทำความสะอาดภายใน อย่าให้มีตะกรันจับ

2. กาน้ำไฟฟ้า ส่วนที่เป็นปลั๊กเสียบขดลวด ห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาด

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

วิธีการใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

1. ใส่ข้าวและน้ำไม่เกินขนาดของหม้อ

2. ขณะหุงต้มให้ปิดฝาหม้อ

3. เมื่อหุงต้มเสร็จควรดึงปลั๊กไฟออกทุกครั้ง

การดูแลรักษาหม้อหุงข้าวไฟฟ้า

1. การดูแลส่วนที่เป็นเตา ถ้าเปื้อนให้เช็ดด้วยน้ำยาล้างภาชนะ เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าให้แห้ง

2.ส่วนที่เป็นหม้อหุงข้าว ทำความสะอาดได้ตามปกติ แต่ถ้าจะนำไปตั้งบนเตาต้องเช็ดด้านนอกของหม้อให้แห้งโดยเฉพาะส่วนก้น

กระทะเทฟลอน

วิธีการใช้

- ก่อนใช้งาน ให้ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ใช้ฟองน้ำนุ่มๆถูแล้วล้างน้ำเปล่าให้สะอาดเช็ดให้แห้งแล้วทาน้ำมันพืชเล็กน้อย

- ประกอบอาหารใช้ไฟอ่อน-กลางๆ อย่าใช้ไฟแรง

- ทำอาหารเสร็จ อย่าทิ้งอาหารไว้ในกระทะ นำอาหารออกทันที

- เมื่อใช้เสร็จ ให้พักให้หายร้อนก่อน ค่อยนำไปแช่น้ำ ล้างด้วยฟองน้ำ

- หากเศษอาหารติดเป็นคราบ ให้แช่น้ำอุ่นสักครู่ ค่อยใช้ฟองน้ำถูเบาๆ

-หากมีคราบขาวบนกระทะ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดออก แล้วล้างตามปกติ

- ให้ใช้อุปกรณ์ที่ไม่ขูดทำลายสารที่เคลือบกระทะ เช่น ทัพพีไม้หรือไนลอนทนความร้อนสูง ที่โค้งมน

- ห้ามใช้กับเตาไมโครเวฟ เตาย่าง กองไฟ

(10) ถ้าจะล้างทำความสะอาดตู้เย็นขั้นตอนในการทำงานมีอะไรบ้าง จงอธิบาย

1.ก่อนทำความสะอาดตู้เย็นให้ดึงปลั๊กออกก่อนทุกครั้ง

2.เวลาทำความสะอาดห้ามใช้เบนซิน ทินเนอร์ หรือ แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดตู้เย็นภายในและภายนอกตู้ควรใช้ผ้านุ่ม ชุบน้ำสบู่เช็ด และเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำที่สะอาด แล้วตามด้วยผ้าแห้ง เพื่อซับน้ำและสบู่ออกให้หมด

3.ถอดชิ้นส่วนภายในตู้เย็น ซึ่งสามารถถอดได้ง่าย นำออกมาล้างด้วยน้ำ

 4.ควรทำความสะอาดตู้เย็นเดือนละครั้ง

การบำรุงรักษา และใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี

1. เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า  การใช้อย่างประหยัดพลังงานและถูกวิธี
- ควรพิจารณาเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะสมกับการใช้เป็นหลัก เช่น ต้องการใช้น้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำเท่านั้น ก็ควรจะติดตั้งชนิดทำน้ำอุ่นได้จุดเดียว
- ควรเลือกใช้ฝักบัวชนิดประหยัดน้ำ (Water Efficient Showerhead) เพราะสามารถประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 25-75
- ควรเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังน้ำภายในตัวเครื่องและมีฉนวนหุ้ม เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 10-20
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้าชนิดที่ไม่มีถังน้ำภายใน เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองการใช้พลังงาน
- ปิดวาล์วน้ำและสวิตช์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน

การดูแลรักษา
ควรหมั่นตรวจสอบการทำงานของเครื่องให้มีสภาพดีอยู่เสมอ ตลอดจนตรวจดูระบบท่อน้ำและรอยต่อ อย่าให้มีการรั่วซึม และเมื่อเครื่องมีปัญหาควรตรวจสอบ ดังนี้
- ถ้าน้ำที่ออกจากเครื่องน้ำเย็น อันเนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ขดลวดความร้อนสาเหตุอาจเกิดจากฟิวส์ขาด อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ไฟผ่าน
- ถ้าไฟสัญญาณติดแต่ขดลวดความร้อนไม่ทำงาน น้ำไม่อุ่น สาเหตุอาจเกิดจากขดลวด ความร้อนขาด อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิเสีย
- ถ้าน้ำจากเครื่องร้อน หรือเย็นเกินไป สาเหตุอาจเกิดจากอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิทำงาน ผิดปกติ

2. โทรทัศน์
การเลือกใช้อย่างประหยัดพลังงานและถูกวิธี
- การเลือกใช้โทรทัศน์สีควรคำนึงถึงความเหมาะสมของขนาดและการใช้กำลังไฟฟ้า
- โทรทัศน์สีระบบเดียวกันแต่ขนาดต่างกัน จะใช้พลังงานต่างกันด้วย กล่าวคือโทรทัศน์สีที่มีขนาดใหญ่ และมีราคาแพงกว่า จะใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าโทรทัศน์สีขนาดเล็ก เช่น  ระบบทั่วไป ขนาด 16 นิ้ว จะเสียค่าใช้ไฟฟ้ามากกว่า 14 นิ้ว ร้อยละ 5 หรือ ขนาด 20 นิ้ว จะเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าขนาด 14 นิ้ว ร้อยละ 5 หรือขนาด 20 นิ้ว จะเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าขนาด 16 นิ้ว ร้อยละ 34
- โทรทัศน์สีที่มีระบบรีโมทคอนโทรลจะใช้ไฟฟ้ามากกว่าโทรทัศน์สีระบบทั่วไปที่มี ขนาดเดียวกัน เช่น โทรทัศน์สีขนาด 16 นิ้ว ระบบรีโมทคอนโทรล เสียค่าไฟฟ้ามากกว่าระบบ ธรรมดา ร้อยละ 5 โทรทัศน์สีขนาด 20 นิ้ว ระบบรีโมทคอนโทรลเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าระบบ ธรรมดา ร้อยละ 18
- อย่าเสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพราะโทรทัศน์จะมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบภายในอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายในขณะที่ฟ้าแลบได้
- ปิดเมื่อไม่มีคนดู หรือตั้งเวลาปิดโทรทัศน์โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดไฟฟ้า
- ไม่ควรเสียปลั๊กเครื่องเล่นวีดีโอ หรือเครื่องเล่นซีดีในขณะที่ยังไม่ต้องการใช้
เพราะเครื่องเล่นเหล่านี้จะทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เสียค่าไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น
- พิจารณาเลือกดูรายการเอาไว้ล่วงหน้า ดูเฉพาะรายการที่เลือกตามช่วงเวลานั้นๆ
หากดูรายการเดียวกันควรเปิดโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว

การดูแลรักษา
การดูแลรักษาและใช้โทรทัศน์ให้ถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้โทรทัศน์เกิดความคงทน ภาพที่
ได้ชัดเจน และมีอายุการทำงานยาวนานขึ้นแล้ว ผลพลอยได้อีกส่วนหนึ่งก็คือประหยัดพลังงาน
- ควรเลือกใช้เสาอากาศภายนอกบ้านที่มีคุณภาพดี และติดตั้งถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น หันเสาไปทางที่ตั้งของสถานีในลักษณะให้ตั้งฉาก เป็นต้น
- ควรวางโทรทัศน์ไว้ในจุดที่มีการถ่ายเทอากาสได้ดี และตั้งห่างจากผนัง หรือมู่ลี่อย่าง น้อยประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้เครื่องสามารถระบายความร้อนได้สะดวก
- ไม่ควรปรับจอภาพให้สว่างมากเกินไป เพราะจะทำให้หลอดภาพมีอายุสั้น และสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น
- ใช้ผ้านุ่มเช็ดตัวตู้โทรทัศน์ ส่วนจอภาพควรใช้ผงซักฟอกอย่างอ่อน หรือน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำ ชุบทาบางๆ แล้วเช็ดด้วยผ้านุ่มให้แห้ง โดยอย่าลืมถอดปลั๊กออกก่อนทำความสะอาด
- อย่าถอดด้านหลังของเครื่องด้วยตนเอง เพราะอาจจะเกิดความเสียหายต่อโทรทัศน์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์สีจะผลิตกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง (High Voltage) ซึ่งเป็นอันตรายต่อการสัมผัส แม้ว่าจะปิดไฟแล้วก็ตาม

3. พัดลม
การใช้อย่างประหยัดพลังงานและถูกวิธีพัดลมตั้งโต๊ะจะมีราคาแพงกว่าพัดลมตั้งพื้น และใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำกว่า ทั้งนี้เพราะมีขนาดมอเตอร์และกำลังไฟฟ้าต่ำกว่า แต่พัดลมตั้งพื้นจะให้ลมมากกว่า ดังนั้น ในการเลือกใช้ จึงมีข้อควรพิจารณา ดังนี้
- พิจารณาตามความต้องการและสถานที่ที่ใช้ เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียวหรือไม่เกิน 2 คน ควรใช้พัดลมตั้งโต๊ะ
- อย่าเสียบปลั๊กทิ้งไว้ โดยเฉพาะพัดลมที่มีระบบรีโมทคอนโทรล เพราะจะมีไฟฟ้าไหลเข้าตลอดเวลา เพื่อหล่อเลี้ยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ควรใช้ความแรงหรือความเร็วของลมให้เหมาะสมกับความต้องการและสถานที่ เพราะหากความแรงของลมมากขึ้นจะใช้ไฟฟ้ามากขึ้น
- เมื่อไม่ต้องการใช้พัดลม ควรรีบปิด เพื่อให้มอเตอร์ได้มีการพัก และไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป
- ควรวางพัดลมในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะพัดลมใช้หลักการดูดอากาศจาก บริเวณรอบๆ ทางด้านหลังของตัวใบพัด แล้วปล่อยออกสู่ด้านหน้า เช่น อากาศบริเวณรอบพัดลม อับชื้น ก็จะได้ในลักษณะลมร้อนและอับชื้นเช่นกัน นอกจากนี้มอเตอร์ยังระบายความร้อนได้ดีขึ้น ไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป

การดูแลรักษา
การดูแลรักษาพัดลมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พัดลมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น โดยมีวิธีการดังนี้
- หมั่นทำความสะอาดตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบพัดและตะแกรงครอบใบพัด อย่าให้ฝุ่นละอองเกาะจับ และต้องดูแลให้มีสภาพดีอยู่เสมอ อย่าให้แตกหักหรือชำรุดหรือโค้งงอผิดสัดส่วน จะทำให้ลมที่ออกมามีความแรงหรือความเร็วลดลง
- หมั่นทำความสะอาดช่องลมตรงฝาครอบมอเตอร์ของพัดลม ซึ่งเป็นช่องระบายความร้อนของมอเตอร์ อย่าให้มีคราบน้ำมันหรือฝุ่นละอองเกาะจับ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของมอเตอร์ลดลง และสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

4. กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า
การใช้อย่างประหยัดพลังงานและถูกวิธี
- ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
- ใส่น้ำให้พอเหมาะกับความต้องการ หรือไม่สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ เพราะนอกจาก
ไม่ประหยัดพลังงาน ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระติก
- ระวังอย่าให้น้ำแห้ง หรือปล่อยให้ระดับน้ำต่ำกว่าขีดที่กำหนด เพราะเมื่อน้ำแห้งจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรในกระติกน้ำร้อน เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
- ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้น้ำร้อนแล้ว เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลา ถ้าไม่ต้องการใช้น้ำแล้ว แต่ถ้าหากมีความต้องการใช้น้ำร้อนเป็นระยะๆ ติดต่อกัน เช่นในสถานที่ทำงานบางแห่งที่มีน้ำร้อนไว้สำหรับเตรียมเครื่องดื่มต้อนรับแขก ก็ไม่ควรดึงปลั๊กออกบ่อยๆ เพราะทุกครั้งเมื่อดึงปลั๊กออกอุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆ ลดลง กระติกน้ำร้อนไม่สามารถเก็บความร้อนได้นาน เมื่อจะใช้ใหม่ก็ต้องเสียบปลั๊กและเริ่มทำการต้มน้ำใหม่ เป็นการสิ้นเปลือง
พลังงาน
- ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลา ถ้าไม่ต้องการใช้น้ำร้อนแล้ว
- อย่านำสิ่งใดๆ มาปิดช่องไอน้ำออก
- ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เสมอ
- ไม่ควรตั้งไว้ในห้องที่มีการปรับอากาศ

การดูแลรักษา
การดูแลกระติกน้ำร้อนให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น และลดการใช้พลังงานลงจะป้องกันอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มีวิธีการดังนี้
- หมั่นตรวจดูสายไฟฟ้าและขั้วปลั๊ก ซึ่งมักเป็นจุดที่ขัดข้องเสมอ
- ควรต้มน้ำที่สะอาดเท่านั้น มิฉะนั้นผิวในกระติกอาจเปลี่ยนสีเกิดคราบสนิมและตะกรัน
- หมั่นทำความสะอาดตัวกระติกด้านใน อย่าให้มีคราบตะกรัน เพราะจะเป็นตัวต้าน ทานการถ่ายเทความร้อนจากขดลวดความร้อนไปสู่น้ำ เพิ่มเวลาการต้มน้ำและสูญเสียพลังงานโดย เปล่าประโยชน์
- เมื่อไม่ต้องการใช้กระติก ควรล้างกระติกด้านในให้สะอาดและคว่ำกระติกลงเพื่อ
ให้น้ำออกจากตัวกระติก แล้วใช้ผ้าเช็ดด้านในให้แห้ง
- ก่อนทำความสะอาดด้านในกระติก ควรเทน้ำภายในออกให้หมด รอให้ตัวกระติก เย็น จึงค่อยทำความสะอาด
- ควรทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของกระติก ตามคำแนะนำต่อไปนี้ ตัวและฝากระติก ใช้ผ้าชุบน้ำ บิดให้หมาด แล้วเช็ดอย่างระมัดระวัง ฝาปิดด้านใน ใช้น้ำหรือน้ำยาล้างจานล้างให้สะอาด ตัวกระติกด้านในใช้ฟองน้ำชุบเช็ดให้ทั่ว ล้างให้สะอาดด้วยน้ำ เทน้ำที่ใช้ล้างออกให้หมด อย่าราดน้ำลงบนส่วนอื่ของกระติก นอกจากภายในกระติกเท่านั้น อย่าใช้ของมีคม หรือฝอยขัดหม้อขูด หรือขัดตัวกระติกด้านใน เพราะจะทำให้สารเคลือบหลุดได้

5. เครื่องดูดฝุ่น
การใช้อย่างประหยัดพลังงานและถูกวิธี
- ควรเลือกขนาดของเครื่องตามความจำเป็นในการใช้งาน
- วัสดุที่เป็นพรมหรือผ้าซึ่งฝุ่นสามารถเกาะได้อย่างแน่นหนา ควรใช้เครื่องที่มีขนาด กำลังไฟฟ้ามาก (Heavy Duty) ส่วนบ้านเรือนที่เป็นพื้นไม้ พื้นปูน หรือหินอ่อนที่ง่ายต่อการ ทำความสะอาด เพราะฝุ่นละอองไม่เกาะติดแน่น ก็ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีกำลังไฟฟ้าต่ำซึ่งจะไม่ สิ้นเปลืองการใช้ไฟฟ้า
- ควรหมั่นถอดตัวกรองหรือตะแกรงดักฝุ่นออกมาทำความสะอาด เพราะถ้าเกิดการ อุดตัน นอกจากจะทำให้ลดประสิทธิภาพการดูดฝุ่น ดูดฝุ่นไม่เต็มที่ และเพิ่มเวลาการดูดฝุ่น เป็นการเพิ่มปริมาณการใช้ไฟฟ้าของมอเตอร์ที่ต้องทำงานหนักและอาจไหม้ได้
- ควรใช้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อเป็นการระบายความร้อนตัวมอเตอร์
- ไม่ควรใช้ดูดวัสดุที่มีส่วนประกอบของน้ำ ความชื้น และของเหลวต่างๆ รวมทั้ง สิ่งของที่มีคม และของที่กำลังติดไฟ เช่น ใบมีดโกน บุหรี่ เป็นต้น เพราะอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อส่วนประกอบต่างๆ
- ควรหมั่นถอดถุงผ้าหรือกล่องเก็บฝุ่นออกมาทิ้ง อย่าให้สะสมจนเต็มเพราะมอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้น อาจทำให้มอเตอร์ไหม้ได้ และยังทำให้การใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลืองขึ้น
- ใช้หัวดูดฝุ่นให้เหมาะกับลักษณะฝุ่นหรือสถานที่ เช่น หัวดูดชนิดปากปลายแหลมจะใช้กับบริเวณที่เป็นซอกเล็กๆ หัวดูดที่เป็นแปรงใช้กับโคมไฟ เพดาน กรอบรูป เป็นต้น ถ้าใช้ ผิดประเภทจะทำให้ประสิทธิภาพในการดูดลดลง สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า
- ก่อนดูดฝุ่น ควรตรวจสอบข้อต่อของท่อดูดหรือชิ้นส่วนต่างๆ ให้แน่น มิฉะนั้นอาจเกิดการรั่วของอากาศ ประสิทธิภาพของเครื่องจะลดลง และมอเตอร์อาจทำงานหนักและไหม้ได้

การดูแลรักษา
- หมั่นทำความสะอาดส่วนต่างๆ ของเครื่องให้สะอาด และอย่าให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปทำให้อุดตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวกรองหรือตะแกรงกันเศษวัสดุมิให้เข้าสู่มอเตอร์ ควรทำความสะอาดโดยใช้แปรงถูเบาๆ และล้างน้ำ จากนั้นนำไปตากแดดในที่ร่มให้แห้ง ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างน้ำควรมีอุณหภูมิต่ำกว่า 45 องศาเซลเซียส
- หลังจากใช้งานเรียบร้อยแล้ว ควรนำไปวางในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อ
ให้มอเตอร์ระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว

ที่มา Aksorn.com

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้าน การใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จึงควรใช้อย่างทนุถนอมและหมั่นดูแลรักษาให้ใช้งานได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้นานขึ้น วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ ในการดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาฝากกัน ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดู เครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณจะได้ใช้ได้อีกนาน ๆ นะคะ

ไฟฟ้าส่องสว่าง

 ควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง

 เลือกใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์เหมาะสมกับการใช้งาน

 สำหรับบริเวณที่ต้องการความสว่างมาก ภายในอาคารควรเลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วนภายนอกอาคารควรเลือกใช้หลอดไอโซเดียม และหลอดไอปรอท

 ควรใช้ฝาครอบดวงโคมแบบใสหากไม่มีปัญหาเรื่องแสงจ้า และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

 พิจารณาใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ต้องการแสงสว่างจุดเดียว ทีวี วิทยุ ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดู

 ควรถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้เป็นเวลานาน

 ควรเลือกใช้โคมไฟแบบสะท้อนแสงแทนแบบเดิมที่ใช้พลาสติกปิด

 ควรใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้ ซึ่งมีคำแนะนำในการใช้ดังนี้

 หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบผอม ขนาด 18 วัตต์ และ 36 วัตต์ มีความสว่างเท่ากับ หลอด 20 วัตต์ และ 40 วัตต์แต่ประหยัดไฟกว่า และสามารถใช้แทนกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์

 หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์มี 2 ชนิด คือ ชนิดมีบัลลาสต์ภายใน สามารถใช้แทนหลอดกลมแบบเกลียวได้ ส่วนหลอดที่มีบัลลาสต์ภายนอก จะมีขาเสียบเพื่อต่อกับตัวบัลลาสต์ที่อยู่ภายนอก

พัดลม

 เปิดความเร็วลมพอควร

 เปิดเฉพาะเวลาใช้งาน

 ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

เตารีด

เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จัดวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย ดังนี้

 ก่อนอื่นควรตรวจสอบดูว่าเตารีดอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ เช่น สาย ตัวเครื่อง เป็นต้น

 ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า

 อย่าพรมน้ำจนเปียกแฉะ

 ดึงเต้าเสียบออกก่อนจะรีดเสร็จประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ

 ควรพรมน้ำพอสมควร

 ถอดปลั๊กออกเมื่อไม่ได้ใช้

 ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ

 ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน

 ควรดึงปลั๊กออกก่อนรีดเสร็จเพราะยังร้อนอีกนาน

 ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น

เครื่องเป่าผม

 เช็ดผมก่อนใช้เครื่อง เพื่อประหยัดเวลาและพลังงาน

 ควรขยี้และสางผมไปด้วยขณะเป่า

เครื่องดูดฝุ่น

 ควรเอาฝุ่นในถุงทิ้งทุกครั้งที่ใช้แล้วจะได้มีแรงดูดดี ไม่เปลืองไฟ

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

ตู้เย็น ตู้แช่

 ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

 ไม่นำของร้อนใส่ตู้เย็น

 ปิดประตูตู้เย็นทันที หลังนำของเข้าและออก

 ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท

 หากยางขอบประตูรั่วให้รีบแก้ไข

 เลือกตู้เย็นหรือตู้แช่ชนิดมีประสิทธิภาพสูง

 ควรใช้ตู้เย็นขนาดเหมาะกับครอบครัว

 ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากแหล่งความร้อน ให้หลังตู้ห่างจากฝาเกิน 15 เซ็นติเมตร เพื่อระบายความร้อนได้สะดวก ไม่เปลืองไฟฟ้า

 ควรหมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน

 ควรเก็บเฉพาะอาหารเท่าที่จำเป็น

การเลือกซื้อตู้เย็นและตู้แช่ มีคำแนะนำให้ท่านพิจารณาก่อนซื้อ ดังนี้

 เลือกขนาดให้พอเหมาะกับความต้องการของครอบครัว

 ตู้เย็นแบบประตูเดียวกินไฟน้อยกว่าแบบ 2 ประตู

 ควรวางตู้เย็นให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

 ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับจำนวนของที่ใส่

 อย่าเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ และอย่านำของร้อนมาแช่

 หมั่นละลายน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าน้ำแข็งเกาะหนามาก

หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

หากรู้จักใช้อย่างถูกต้อง จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มาก โดยมีข้อแนะนำดังนี้

 ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน

 ควรถอดเต้าเสียบออกเมื่อข้าวสุกแล้ว

 อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า

 หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ

 ใช้ขนาดหม้อหุงข้าวที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

 ควรดึงปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกพอแล้ว ปัจจุบันหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามีใช้กันมาก หม้อต้มน้ำ หม้อต้มกาแฟ

 ใส่น้ำให้มีปริมาณพอควร

 ควรปิดฝาให้สนิทขณะต้ม

 ควรปิดสวิตช์ทันทีเมื่อน้ำเดือด

เครื่องสูบน้ำ

 ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังและหมั่นปรับตั้งให้ถูกต้องเสมอ

 ติดตั้งท่อน้ำให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาดปั้ม

 ควรตรวจแก้ไขจุดรั่วในระบบน้ำ

 ควรใช้น้ำอย่างประหยัด

 ควรติดตั้งถังเก็บน้ำในตำแหน่งที่ไม่สูงเกินไป

เครื่องสูบน้ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกอย่างยิ่งซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการสูบน้ำไปยังถังเก็บหรือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งมีวิธีการใช้อย่างประหยัดดังนี้

 ควรติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำในถังเก็บ และดูแลรักษาให้ทำงานได้อยู่เสมอ

 ตรวจสอบรอยรั่วตามข้อต่อต่าง ๆ หากพบควรรับซ่อมแซมแก้ไขโดยเร็ว

 หากตัวถังเก็บน้ำไม่มีอุปกรณ์อัตโนมัติควบคุมระดับน้ำ ควรดูแลอย่าให้น้ำล้นถัง

 เครื่องสูบน้ำแบบใช้สายพานต้องตรวจสอบไม่ให้หย่อนหรือตึงเกินไป

การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องซักผ้า

 ควรใส่ผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง

 ควรใช้น้ำเย็นซักผ้า ส่วนน้ำร้อนให้ใช้เฉพาะกรณีรอยเปื้อนไขมันมาก

วิธีใช้เครื่องซักผ้าให้ประหยัดไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้

 ควรใส่ผ้าที่จะซักตามคำแนะนำของแต่ละเครื่อง

 หากมีผ้าต้องซัก 1-2 ชิ้น ควรซักด้วยมือ

 หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด

มอเตอร์ไฟฟ้า

 ควรตรวจสอบแก้ไข และอัดจารบีตามวาระ

 ปรับปรุงสายพานมอเตอร์ เช่น ปรับความตึงสายพาน เปลี่ยนสายพานใหม่

 พิจารณาเปลี่ยนระบบควบคุมความเร็วของมอเตอร์เป็นระบบอีเล็กทรอนิกส์

เตาอบ เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ ใช้ความร้อนมาทำให้อาหารสุก หากให้ความร้อนสูญเสียไปโดยการใช้ไม่ถูกวิธี ทำให้อาหารสุกช้าลง กินกระแสไฟเพิ่มขึ้นจึงมีข้อแนะนำการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้อย่างประหยัดคือ

 ควรเตรียมเครื่องปรุงในการประกอบอาหารให้พร้อมก่อนใช้เตา

 ควรใช้ภาชนะก้นแบนและเป็นโลหะจะทำให้รับความร้อน จากเตาได้ดี

 ในการหุ่งต้มอาหารควรใส่น้ำให้พอดีกับจำนวนอาหาร

 ในระหว่างอบอาหารอย่าเปิดตู้อบบ่อย ๆ

 ถอดเต้าเสียบทันทีเมื่อปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อย

 ควรหรี่ไฟและปิดฝาหม้อในกรณีที่ต้องเคี่ยว

 ควรเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อมก่อนใช้เตา

 ควรใช้เตาชนิดมองไม่เห็นขดลวดซึ่งไม่เสียความร้อน สูญเปล่ามาก และปลอดภัยกว่า

 ควรใช้พาหนะก้นแบนขนาดพื้นที่ก้นเหมาะกับพื้นที่หน้าเตาและใช้พาหนะที่มีเนื้อโลหะรับความร้อนได้ดี หากเป็นไปได้ให้ใช้กับเตาไฟฟ้าซึ่งมีขายทั่วไปอยู่แล้ว

 ควรปิดฝาภาชนะให้สนิทขณะตั้งเตา

เครื่องทำน้ำอุ่น

วิธีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ประหยัดและปลอดภัย

 ปรับปุ่มความร้อนให้เหมาะสมกับร่างกาย

 ปิดวาล์วทันทีเมื่อไม่ใช้งาน

 หากมีรอยรั่วควรรีบทำการแก้ไขทันที

 ต่อสายลงดินในจุดที่จัดไว้ให้ของเครื่องทำน้ำอุ่น

 ปิดสวิชต์ไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อไม่ใช้

 ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่อง

 ใช้เครื่องขนาดพอสมควร

 ปรับปรุงความร้อนไม่ให้ร้อนเกินความจำเป็น

 ปิดก๊อกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

 ในฤดูร้อนไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่น

 ควรใช้น้ำอุ่นที่ได้ความร้อนจากแสงอาทิตย์

 การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องปรับอากาศ

 ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อไม่อยู่

 ปิดประตูหน้าต่างและผ้าม่านกันความร้อนจากภายนอก

 ตั้งอุณหภูมิไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส

 ควรใช้เครื่องขนาดเหมาะสมกับขนาดห้อง

 ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง

 ควรติดตั้งเครื่องระดับสูงพอเหมาะ และให้อากาศร้อนระบายออกด้านหลังเครื่องได้สะดวก

 ควรบุผนังห้อง และหลังคาด้วยฉนวนกันความร้อน

 ควรบำรุงรักษาเครื่องให้มีสภาพดีตลอดเวลา

 ควรหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ และแผงระบายความร้อน

 ในฤดูหนาวขณะที่อากาศไม่ร้อนมากเกินไป ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ

 ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิดไม่ให้ความเย็นรั่วไหล

 พิจารณาติดตั้งบังแสงหรือกันแดด เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่อง

การใช้เครื่องปรับอากาศให้มีความเย็นที่สบายต่อร่างกาย จะประหยัดค่าไฟฟ้าอย่างได้ผล ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้

 ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง

 ควรใช้ผ้าม่านกั้นประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก

 ตั้งปุ่มปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมต่อร่างกาย (ประมาณ 26 องศาเซลเซียส)

 หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

 ปฏิบัติตามคำแนะนำที่แนบมากับเครื่องปรับอากาศ

 

ที่มา กระปุก